Bright Up Center By P'Jeng  (พี่เจ็งติวเตอร์)
ราเอาใจใส่ดูแลน้องๆทุกคนดังบุตรหลาน
           และน้องๆ ของเราเอง


     ราคาไม่แพง...คุณภาพเยี่ยม

เรียนจริงได้ผลจริงประสบการณ์กว่า 16 ปี
    น้องที่มาเรียนประสบความสำเร็จ
           แล้วกว่า 50,000 คน

 


IELTS

IELTS คือ ชื่อย่อของระบบการวัดผลภาษาอังกฤษนานาชาติ (International English Language Testing System)
ได้รับการออกแบบเพื่อใช้ประเมินความสามารถด้านภาษาของผู้สมัครสอบที่ต้องการเรียนหรือทำงานในสถานที่
ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การสอบ IELTSใช้ประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สมัคร
สอบอย่างมีประสิทธิภาพใน 4 ทักษะได้แก่ การฟัง การอ่าน การเขียน และ การพูด รวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์
และคำศัพท์ในการใช้ภาษา การสอบ IELTS ถือได้ว่าเป็นตัวสอบที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษ
ที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติสูงสุด ซึ่งครอบคลุมทักษะทางภาษาทั้ง 4 ทักษะไม่ว่าจะเป็น การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด
IELTS ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา


การสอบและรายละเอียดข้อสอบ IELTS
ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ชุด ตามจุดประสงค์ที่จะนำไปใช้ ข้อสอบ 2 ชุดดังกล่าว คือ 

  1. Academic Module สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือ สูงกว่า ในทุก ๆ สาขา
  2. General Training Module สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ระดับ มัธยมศึกษา หลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรฝึกอบรม และวิชาชีพต่าง ๆ

ผู้สมัครควรจะต้องสอบถามโดยตรงกับทางสถาบันที่จะไปเรียนว่าจะรับผลสอบจากข้อสอบชุดไหน

การทดสอบ IELTS แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงเช้าสอบข้อเขียน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ทดสอบการฟัง 30 นาที การอ่าน 1 ชั่วโมง การเขียน 1 ชั่วโมง ช่วงบ่าย สอบสัมภาษณ์การพูดรายบุคคล ใช้เวลา คนละ ประมาณ 15 นาที

รายละเอียดสำหรับการสอบในทักษะต่างๆ เป็นดังนี้

Listening
        การสอบฟังนั้น IELTS ใช้เวลา 30 นาที โดยมีคำถามทั้งหมด 40ข้อ และมีด้วยกัน 4 ส่วน
สองส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันจะเป็นการสนทนาระหว่างคนสองคน หลังจากนั้นก็จะเป็นคนพูดเพียงคนเดียว
ตัวอย่างเช่น สนทนาเรื่องการวางแผนไปเที่ยว หรือ ตัดสินใจว่าจะไปไหนดีคืนนี้ และมี การพูดเกี่ยวกับการให้บริการแก่นักเรียนในมหาวิทยาลัย
สองส่วนหลังจะฟังเกี่ยวกับสถานการณ์จำลอง โดยจะมีเนื้อหาหนักไปทางการศึกษาโดยจะมีบทสนทนากันระหว่างกลุ่มคนไม่เกินสี่คน
หลังจากนั้นก็จะเป็น การฟังคนพูดเพียงคนเดียว ตัวอย่างหัวข้อที่จะพูด อาจเป็นการสนทนาระหว่างอาจารย์และนักเรียนเกี่ยวกับการบ้านหรือ
อาจจะเป็นการคุยกันในกลุ่มนักเรียน สองสามคน ปรึกษากันเรื่องหัวข้อทำวิจัย และเลคเชอร์ หรือ การพูดแนววิชาการ ในการสอบ IELTS
ไม่มีผู้สอบคนใดได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้เพราะว่า หัวข้อที่นำมาใช้ในการสอบนั้นจะเป็นหัวข้อทั่วไปไม่เน้นไปในวิชาใดวิชาหนึ่ง
ความยากจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยในแต่ละส่วน สำเนียงภาษาอังกฤษที่ใช้ในการ สอบนั้น จะมีหลากหลายด้วยกัน รวมทั้งสำเนียงท้องถิ่น
การสอบฟังนั้นจะมีการเปิดให้ฟังเพียงรอบเดียวเท่านั้นขณะที่ฟังผู้เข้าสอบต้องอ่านคำถามและเติมคำตอบในกระดาษคำถามไปพร้อมๆกัน
เมื่อฟังเทปเสร็จเรียบร้อย จะมีเวลาให้ นำย้ายคำตอบจากในกระดาษมาเขียนลงในกระดาษคำตอบ

Reading: Academic Reading
        มีคำถามทั้งสิ้น40คำถามให้ทำในเวลา60นาทีโดยจะมีเรื่องสั้นๆให้อ่าน3เรื่องด้วยกันความยาวโดยรวมประมาณสองพันถึง2,750คำ
เนื้อหานั้นจะมาจาก นิตยสารวารสาร หนังสือ และ หนังสือพิมพ์ และมีเนื้อหาเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปในจำนวนนี้ จะมีอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับ
การแสดงความเห็น และอาจจะมีไดอะแกรม กราฟ หรือ ภาพประกอบเรื่องนั้นๆ ถ้าหากเรื่องไหนมีศัพท์เทคนิคปะปนอยู่ก็จะมีคำอธิบายไว้ให้ ข้อสอบIELTS
จะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ คำถามบางคำถามอาจจะถามก่อนอ่านเนื้อเรื่อง บางคำถามก็ถามหลังเนื้อเรื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของคำถามนั้นๆ
คำถามข้อละหนึ่งคะแนนและผู้สอบควรตรวจสอบให้รอบคอบในการเขียนคำตอบลงในกระดาษคำตอบว่าสะกดได้ถูกหรือไม่
และ ถูกหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพราะหากไม่ถูกจะมีการหักคะแนน

Reading: General Training 
     
เนื้อหาในการอ่านนั้นจะนำมาจากประกาศ โฆษณา หนังสือราชการ คู่มือ แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ ตารางเวลา หนังสือ หรือ นิตยสาร
โดยส่วนแรกนั้นจะเป็นเรื่อง สังคม ทั่วไป ภาษาที่เข้าใจง่ายแล้วจะค่อยเพิ่มความยาก ในส่วนของเนื้อหาและการใช้ภาษาขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มขึ้นส่วนที่สอง สาม สี่

Writing: Academic Writing
        มีเวลาในการเขียนหกสิบนาที และมีสองหัวข้อที่ต้องทำ ควรใช้เวลาในส่วนแรกประมาณยี่สิบนาที และเขียนอย่างน้อยร้อยห้าสิบคำ
ส่วนที่สองนั้นควรใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที และเขียนอย่างน้อยสองร้อยห้าสิบคำ ในส่วนแรกนั้น ผู้เข้าสอบ "IELTS" จะต้องเขียนอธิบาย
เกี่ยวกับ ไดอะแกรม หรือ ตาราง ที่มีไว้ให้การทดสอบส่วนนี้เพื่อที่จะวัดความสามารถในการจัดข้อมูล และการเปรียบเทียบข้อมูล
และความสามารถในการอธิบายขั้นตอนต่างๆ รวมถึงการจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง และอธิบายการทำงานของสิ่งต่างๆ
ในส่วนที่สองนั้น จะเป็นการแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่างๆที่กำหนดให้ ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถ ในการแก้ปัญหา
และสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถเปรียบเทียบและชี้ข้อแตกต่างของเหตุการณ์ ความเห็น
หัวข้อที่นำมาให้เขียนนั้นง่ายต่อการเข้าใจ ทั้งสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ กำลังจะเรียนต่อในระดับสูงกว่า

Writing: General Training 

     ในส่วนแรกจะได้ คำถามที่มีลักษณะเป็นจดหมายที่เขียนขอข้อมูล หรือ อธิบายสถานการณ์ และให้ เราเขียนตอบ
ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการสื่อสารโต้ตอบระหว่างบุคคลและแสดงความรู้สึกว่า ชอบหรือไม่ชอบ ความต้องการ และแสดงความคิดเห็นได้
     ในส่วนที่สองนั้นผู้สอบ " IELTS" ต้องแสดงทัศนะ หรือ ไม่ก็ให้ อภิปรายโต้แย้ง หรือ แสดงปัญหา ในหัวข้อที่ให้ไว้
ทั้งนี้เพื่อวัดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล การวางโครงร่างของปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา
เสนอและชั่งน้ำหนักของความคิดเห็น บทความ หรือ ทฤษฎีต่างๆ ว่าน่าเชื่อถือมากน้อยขนาดไหน

Writing ทั้งสองแบบการให้คะแนนก็จะให้น้ำหนักของส่วนที่สองมากกว่าส่วนที่หนึ่ง และหากเขียนต่ำกว่า จำนวนน้อยที่สุดที่กำหนดไว้ จะถูกหักคะแนน


การให้คะแนน IELTS ส่วนที่หนึ่งนั้นจะให้จาก

  • Task Fulfillment
  • Coherence
  • Cohesion
  • Vocabulary
  • Sentence Structure

การให้คะแนน IELTS ส่วนที่สองนั้นจะให้จาก

  • Arguments
  • Ideas
  • Evidence
  • Communicative Quality
  • Vocabulary
  • Sentence Structure

Speaking
การสอบพูด จะเป็นการสัมภาษณ์ระหว่างผู้เข้าสอบและเจ้าหน้าที่เป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
การสัมภาษณ์จะมีการบันทึกไว้ด้วยเทปบันทึกเสียง การสอบสัมภาษณ์IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน

  • ส่วนที่หนึ่ง ผู้เข้าสอบIELTS จะตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง บ้าน ครอบครัว การงาน การเรียน ความสนใจ ซึ่งจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที
  • ส่วนที่สอง ผู้เข้าสอบIELTS จะต้องพูดตามหัวข้อที่ได้รับในการ์ด โดยจะมีเวลาเตรียมตัว หนึ่งนาที และพูดประมาณสองนาที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะถามคำถามหนึ่งหรือสองคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราพูด
  • ส่วนที่สาม ก็จะเป็นการถกปัญหากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้เข้าสอบ IELTS หัวข้อนั้นก็จะเกี่ยวๆ กับที่ได้รับในส่วนที่สอง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสี่ถึงห้านาที

ผลคะแนน IELTS

การให้คะแนนทักษะ ทั้งสี่แยกจากกัน (การฟัง การอ่าน การเขียน และ การพูด) จึงสามารถวัดผลแต่ละทักษะได้ชัดเจน แม่นยำ และ ถูกต้องตรงกับระดับ ความสามารถ ในการใช้ ภาษาที่แท้จริงของผู้สอบ ผลสอบIELTS จะออกมาหลังการสอบประมาณ 2 สัปดาห์ รับผลสอบได้ตั้งแต่เวลา บ่ายโมงตรง โดยผู้รับต้องนำบัตรประจำตัวหรือ หลักฐานแสดงว่าเป็นผู้เข้าสอบ เพื่อขอรับผลสอบ สำหรับผู้ที่ต้องการผลสอบด่วนพิเศษภายในสามวัน ให้แจ้งแก่ศูนย์สอบล่วงหน้าสิบสี่วัน พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมสามร้อยบาท ผลสอบนั้นสามารถเก็บผลสอบไว้ได้ 2 ปี ในใบรายงานผล จะระบุคะแนนความสามารถทั้ง 4 ทักษะและ คะแนนเฉลี่ย

โดยแบ่งคะแนนออกเป็น 9 ระดับจากสูงไปต่ำ ดังต่อไปนี้

IELTS ระดับ 9

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ดีเลิศ สามารถใช้ภาษาได้อย่าง คล่องแคล่ว ถูกต้องแม่นยำ มีความเข้าใจภาษาดีเยี่ยม ใกล้เคียงเจ้าของภาษา 
 

IELTS ระดับ 8 

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ดีมาก สามารถใช้ภาษาได้อย่าง คล่องแคล่ว ถูกต้อง ความผิดพลาด และความไม่เหมาะสม เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย 
 

IELTS ระดับ 7 

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษดี แต่ยังมีความผิดพลาด และเข้าใจผิดบางโอกาส ใช้ภาษาในลักษณะซับซ้อนได้ดี 
 

IELTS ระดับ 6

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ใช้งานได้ สามารถสื่อสาร และเข้าใจ ภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษา ในลักษณะซับซ้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่คุ้นเคย 
 

IELTS ระดับ 5 

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ ปานกลาง สามารถสื่อสารได้ ในระดับพื้นฐาน แต่ยังใช้ภาษาผิดบ่อยๆ 
 

IELTS ระดับ 4 

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษจำกัด สามารถใช้ภาษา ในลักษณะสถานการณ์ที่คุ้นเคยเท่านั้น
 

IELTSระดับ 3 

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษ จำกัดมาก รู้ความหมายกว้าง ๆ และเฉพาะคำที่คุ้นเคยเท่านั้น 
 

IELTS ระดับ 2 

หมายถึงผู้สอบมีระดับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในขั้น คำพื้นฐาน ไม่สามารถสื่อสารได้ พูดได้เป็นคำๆเท่านั้น
 

IELTS ระดับ 1 

หมายถึงผู้สอบเป็นผู้ที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษา ไม่ได้เลย

การสมัครสอบ และสถานที่สอบ IELTS

ในประเทศไทยสามารถสอบได้จากศูนย์สอบ 2 แห่ง คือ British Council และ IDP สามารถดูรายละเอียดได้จากทางเว็บไซต์ของสองสถาบันนี้www.britishcouncil.org.th และ www.thailand.idp.com ทั้งสองที่มีการจัดสอบทุกเดือน

 

ทำไมต้องเรียนที่นี่,เรียนที่นี่ดีอย่างไร
Bright Up tutor By P'Jeng

1) เราเข้าใจน้องๆเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เจอในข้อสอบเราจึงมุ่งเน้นพัฒนาทักษะ
เรามีประสบการณ์การสอนมากกว่า 16 ปี เป็นประกัน นักเรียนมาเรียน
แล้วประสบความสำเร็จกว่า 50,000 คน เป็นโรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับการรับรอง
และควบคุมโดยกระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนกวดวิชาของเรายังได้รับความ
ไว้วางใจจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ของไทย
ในการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของนักเรียนและพนักงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
2) ครูอาจารย์มีเทคนิคในการอธิบายการทำข้อสอบให้ถูกต้องภายในระยะเวลาจำกัด
และสามารถอธิบายให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายไม่ว่านักเรียนจะมีพื้นฐานอย่างไรก็ตาม
3) ความเอาใจใส่และจรรยาบรรณของสถาบัน โดยเราคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นหลัก ให้สมกับค่าที่ว่า

 “Your success is our goal”  "ความสำเร็จของคุณคือเป้าหมายของเรา"

ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวและหลักสูตรเฉพาะทางของ Bright Up Tutor By P'Jeng
ที่ทำให้น้องๆนักเรียนเรียนแล้วเข้าใจ วัดผลได้ เกรดเพิ่มจริง สอบติดจริงอีกทั้ง
ตลอดเวลา 16 ปี ที่ทางโรงเรียนกวดวิชา Bright Up Tutor By P'jeng ได้ทำ
ให้น้องๆ นักเรียนประสบความสำเร็จกว่าหลายหมื่นคน ทุก Class สอนสด
ราคาเริ่มเพียงวิชาละ 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น
มาเรียนดูจะรู้ว่า Bright Up Tutor By P'Jeng เจ๋งแค่ไหน!!

ปรึกษาวางแผนการเรียนปรับพื้นฐานสอบเข้าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ฟรี!!

 


สอบ IELTS คะแนนสูง




1141262.jpg  


น้องแพรวพราว131.jpg

ซันซัน0801.jpg




















น้องปิ๊ปสิตา191.jpg

 

        
นี่คือส่วนหนึ่งของความประทับใจของผู้ปกครอง

 
4860472_n.jpg



 
 

“ทางสถาบัน Bright up center by P’JENG มีเปิดสอนคอร์ส IELTS โดยนักเรียนที่มาเรียนสอบได้ถึง 98% ทุกรอบ” รายละเอียด...

 

Bright Up Center By P’Jeng โรงเรียนกวดวิชามงคลพัฒนา 

 

เราดูแล ใส่ใจน้องๆทุกคน ดุจดังบุตรหลาน และน้องๆของเราเอง

 

ราคาไม่แพง..คุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Bright up Center By P’ Jeng

 

                 เรียนจริง....ได้ผลจริง   

 

ห้องเรียนของเรากว้างขวาง เนื้อที่ของเรามีมากกว่า 1 ไร่ครึ่ง

 

น้องๆสามารถเลือกเรียนได้ทั้ง Course เรียนกลุ่ม – เดี่ยว นะค่ะ ราคาพิเศษ เลือกวันเวลาเรียนได้

 

น้องๆคนไหนสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  
50000ความ.jpg