Bright Up Center By P'Jeng  (พี่เจ็งติวเตอร์)
ราเอาใจใส่ดูแลน้องๆทุกคนดังบุตรหลาน
           และน้องๆ ของเราเอง


     ราคาไม่แพง...คุณภาพเยี่ยม

เรียนจริงได้ผลจริงประสบการณ์กว่า 16 ปี
    น้องที่มาเรียนประสบความสำเร็จ
           แล้วกว่า 50,000 คน

 

SAT

SAT ย่อมาจาก Scholastic Aptitude Tests หรือ Scholastic Assessment Tests ซึ่งเป็นการสอบมาตรฐานของเด็ก high school ในอเมริกา เทียบได้กับการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศไทย ผู้ที่จัดสอบ SAT คือ Collegeboard (http://www.collegeboard.com/ ) อย่างไรก็ดี ยังมีการสอบที่ลักษณะที่คล้ายกันกับ SAT ของเด็กในระดับ middle school ด้วย เช่น PSAT เป็นต้น มหาวิทยาลัยจะนำคะแนนสอบ SAT นี้ไปเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษา แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีเกณฑ์การใช้คะแนนนี้ต่างกันไป

สำหรับการสอบนั้น น้อง ๆ จะต้องสอบ SAT และ SAT Subject ซึ่งตัวหลังนี้น้อง ๆ อาจจะสอบกันจากเมืองไทยไปแลว ส่วนคนที่ยังไม่เคยสอบ การสอบ SAT ทั้งสองประเภทนี้จะต้องสอบแยกกันเป็นครั้ง ๆ และจะสามารถสอบได้หลายครั้งตามกำลังอึดและกำลังทรัพย์ของแต่ละคน โดยมากแล้วมหาวิทยาลัยจะเลือกพิจารณาคะแนนครั้งที่ดีที่สุด
 

ชนิดการสอบ
      SAT สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภท คือ SAT I(Reasoning Test) และ SAT II(Subject Test)

 

SAT-I (Reasoning Test)          
        จะประกอบด้วยข้อสอบ 3 ส่วน คือ Critical Reading, Math และ Writing ( เรียกส่วนที่ไม่ใช่ Math ว่า Verbal) โดยแต่ละส่วนจะคิดเป็นคะแนนส่วนละ 800 คะแนน รวมทั้งหมดเป็น 2400 คะแนน ช่วงคะแนนในแต่ละส่วนจะมีได้ตั้งแต่ 200-800 คะแนน
 »Critical Reading นั้นจะมีคำถามอยู่สองชนิด คือ vocabulary part และ reading part ส่วน
 »Math จะเป็นคำถามคณิตศาสตร์ ทั่ว ๆ ไป (ความรู้ประมาณ ม. 3) มีทั้งตัวเลือกและเติมคำตอบในช่อง (grid)
 »Writing จะประกอบด้วย essay, grammar (error recognition) และ sentence completion

 

SAT-II (Subject Test)
       เป็นการสอบวัดผลทางวิชาการแยกเป็นรายวิชา โดยที่น้อง ๆ จะได้เลือกวิชาที่ต้องการสอบ โดยปกติแล้วการสอบ SAT Subject Test จะสอบกันสองหรือสามวิชา และการสอบจะมี 3 ช่วง แต่ละช่วงคือหนึ่งวิชา สามารถเลือกทำวิชาใดก่อนก็ได้ เนื้อหาของ SATII นั้นครอบคลุมความรู้พื้นฐานของแต่ละวิชาตามที่ได้เรียนช่วงมัธยมปลาย โดยส่วนมากวิชาที่พี่ ๆ ชอบสอบจะเป็นวิชาสายวิทย์ เช่น MathII ( มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะบังคับตัวนี้) Physics หรือ Chemistry หรือ Biology เพราะสามารถทำคะแนนได้ง่ายกว่าวิชาอื่น แต่หากน้อง ๆ นึกสนุก วิชาพวกภาษา หรือประวัติศาสตร์ก็มีให้น้อง ๆ ได้เลือกสรรเช่นกัน ตัวอย่างวิชาที่ให้เลือกสอบ เช่น Math level I, Math level II, Chemistry, Physics, Molecular Biology, Ecological Biology, World History, Listening, etc.
 

รายละเอียดการสอบ SAT
       ตามที่ข้อสอบ SAT ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อสอบในเดือนมีนาคม 2005 นั้นรูปแบบของข้อสอบใหม่ประกอบโดยข้อสอบ 7 ประเภทดังนี้
1.Math: Multiple Choice
      » เป็นข้อสอบเลขระดับมัธยมปลายโดยมีตัวเลือกให้ 5 ข้อ
      » เรียนวิชา Math ของ GMAT ได้ (GMAT ยากกว่า SAT)
2.Math: Grid-Ins
      » เป็นข้อสอบเลขระดับมัธยมปลายโดยไม่มีตัวเลือกให้  
      » เรียนวิชา Math ของ GMAT ได้  
3.Identifying Sentence Errors
      » เป็นข้อสอบ Grammar เหมือน TOEFL CBT แต่มีตัวเลือก 5 ข้อ  
      » เรียนวิชา Error Identification ของ TOEFL ได้ (TOEFL ง่ายกว่า SAT)

4.Improving Sentences
      » เป็นข้อสอบ Grammar และ Style โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
      » เรียนวิชา Sentence Correction ของ GMAT ได้ (GMAT ยากกว่า SAT)
5.Identifying Paragraph Errors
      » เป็นข้อสอบ Writing โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
      » เรียนวิชา Paragraph ของ TOEFL iBT ได้
6.Essay
      » เป็นข้อสอบ Writing
      » เรียนวิชา Writing ของ GMAT ได้   
7.Sentence Completion
      » เป็นข้อสอบ Vocabulary และ Reading โดยผู้สอบต้องเลือกคำศัพท์เติมในช่องว่าง
      » สามารถทดแทนด้วยการเรียน Vocabulary และ Reading ของ GMAT ได้
      » ผู้เรียนควรท่องศัพท์เพิ่มเติม   
8.Reading Comprehension
      » เป็นข้อสอบ Reading โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
      » เรียนวิชา Reading ของ GMAT ได้

 

การให้คะแนนในแต่ละส่วน
    นักศึกษาจะได้รับคะแนนทั้ง 3 ส่วนคือ การอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์ คณิตศาสตร์ และการเขียน (Critical Reading, Mathematics and Writing) โดยที่แต่ละส่วนจะมีคะแนนในช่วง 200 - 800

 

การสมัครสอบ และตารางสอบ

       น้อง ๆ สามารถสมัครสอบ SAT ออนไลน์ได้ที่ www.collegeboard.com โดยที่ตารางสอบและตารางสมัครสอบมีดังนี้ ที่มา:http://www.collegeboard.com/student/testing/sat/calenfees/calenfees2.html
 

 

การเตรียมตัวก่อนสอบ  

SAT-I
 »Critical Reading น้อง ๆ ควรอ่านหนังสือศัพท์ เช่น Word Smart และฝึกทำ Reading โดยหาตัวอย่างข้อสอบหรือ prep guide เช่น Barron หรือ Princeton Review
 »Math การเตรียมตัวส่วนนี้ น้อง ๆ ควรฝึกทำโจทย์เลข จากหนังสือสอบ SAT part math หรือ MathII ของ SATII เพื่อดูศัพท์ทางคณิตศาสตร์ทั่วไป
 »Writing ควรอ่าน Grammar ฝึกทำ Error Recognition และฝึกเขียน 5 paragraphs essay  

SAT-II
การเตรียมตัวแต่ละวิชาจะแตกต่างกันไป น้อง ๆ สามารถหาแนวข้อสบมาทำได้จากหนังสือ prep guide ต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้ว พี่ ๆ จะทิ้งหนังสือพวกนี้ไว้ให้อยู่แล้ว และถ้าเป็นวิชาสายวิทย์ เนื้อหาก็จะไม่ยากเกินไปนัก 


คะแนนสอบ SAT ใช้ยื่นสมัครที่ไหนได้บ้าง?

1.หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2.หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

  • วิศวกรรมยานยนต์
  • วิศวกรรมนาโน

4.หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5.หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (หลักสุตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
6.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (หลักสุตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
7.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • เทคโนโลยีการจัดการ
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
  • วิทยาการคอมพิวเตอร์

 

8.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
9.หลักสูตรวิทยาศาสตรและการบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
10.หลักสูตรนานาชาติกว่า 10 สาขาวิชา มหาวิทยาลัยมหิดล
11.หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรและศิลปบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
12.หลักสูตรนานาชาติทุกสาขาวิชา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอื่นๆ อีกหลายหลักสูตร  

 

“ทางสถาบัน Bright up center by P’JENG มีเปิดสอนคอร์ส SAT โดยนักเรียนที่มาเรียนสอบได้ถึง 99% ทุกรอบ” รายละเอียด...

 

ทำไมต้องเรียนที่นี่,เรียนที่นี่ดีอย่างไร
Bright Up tutor By P'Jeng

1) เราเข้าใจน้องๆเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เจอในข้อสอบเราจึงมุ่งเน้นพัฒนาทักษะ
เรามีประสบการณ์การสอนมากกว่า 16 ปี เป็นประกัน นักเรียนมาเรียน
แล้วประสบความสำเร็จกว่า 50,000 คน เป็นโรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับการรับรอง
และควบคุมโดยกระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนกวดวิชาของเรายังได้รับความ
ไว้วางใจจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ของไทย
ในการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของนักเรียนและพนักงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
2) ครูอาจารย์มีเทคนิคในการอธิบายการทำข้อสอบให้ถูกต้องภายในระยะเวลาจำกัด
และสามารถอธิบายให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายไม่ว่านักเรียนจะมีพื้นฐานอย่างไรก็ตาม
3) ความเอาใจใส่และจรรยาบรรณของสถาบัน โดยเราคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นหลัก ให้สมกับค่าที่ว่า

 “Your success is our goal”  "ความสำเร็จของคุณคือเป้าหมายของเรา"


ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวและหลักสูตรเฉพาะทางของ Bright Up Tutor By P'Jeng
ที่ทำให้น้องๆนักเรียนเรียนแล้วเข้าใจ วัดผลได้ เกรดเพิ่มจริง สอบติดจริงอีกทั้ง
ตลอดเวลา 16 ปี ที่ทางโรงเรียนกวดวิชา Bright Up Tutor By P'jeng ได้ทำ
ให้น้องๆ นักเรียนประสบความสำเร็จกว่าหลายหมื่นคน ทุก Class สอนสด
ราคาเริ่มเพียงวิชาละ 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น
มาเรียนดูจะรู้ว่า Bright Up Tutor By P'Jeng เจ๋งแค่ไหน!!

ปรึกษาวางแผนการเรียนปรับพื้นฐานสอบเข้าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ฟรี!!






https://collegereadiness.collegeboard.org/sat/register/dates-deadlines

สอบ SAT คะแนนสูง





















\






นี่คือส่วนหนึ่งของความประทับใจของผู้ปกครอง

ความประทับใจ0012.jpg




4860472_n.jpg




 

 

Bright Up Center By P’Jeng โรงเรียนกวดวิชามงคลพัฒนา 

เราดูแล ใส่ใจน้องๆทุกคน ดุจดังบุตรหลาน และน้องๆของเราเอง

ราคาไม่แพง..คุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Bright up Center By P’ Jeng

                 เรียนจริง....ได้ผลจริง   

ห้องเรียนของเรากว้างขวาง เนื้อที่ของเรามีมากกว่า 1 ไร่ครึ่ง

น้องๆสามารถเลือกเรียนได้ทั้ง Course เรียนกลุ่ม – เดี่ยว นะค่ะ ราคาพิเศษ เลือกวันเวลาเรียนได้

น้องๆคนไหนสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


 50000ความ.jpg